[SF] T I M E Forgets SHINee Minho x Key Part 2♫
posted on 24 Apr 2012 14:14 by ro-mi-o in Fiction
every time you look behind
And feel the memory
it swells in you it swallows me
And takes your soul to me
And feel the memory
it swells in you it swallows me
And takes your soul to me
วันหนึ่ง..เมื่อดอกไม้บาน
ผม..อยากจะพาเขาวิ่งหนีไป...
บางครั้ง... โชคชะตา..ก็โหดร้ายกับมนุษย์มากเกินไป แม้ผมจะเคยคิดจริงจังว่า..ถึงจะไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน แต่เราสองคนก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยนะ แต่ยังไง..มันก็คงเป็นแบบนั้นไม่ได้จริงๆ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป... อย่างน้อยๆ..คงต้องมีบางสิ่งที่ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปทีละนิด..ทีละนิด...
เวลาเดินไป...
พาหัวใจของใครบางคน...ให้เปลี่ยนตามไปด้วย...
เด็กหนุ่มตัวสูงได้แต่เหม่อมองเจ้าต้นไม้สูงใหญ่ในสนามหน้าบานที่เขาเคยทั้งรักทั้งหวงยิ่งกว่าของเล่นชิ้นไหนๆในตอนเด็กๆนั่นเสียอีก กลีบดอกสีชมพูอ่อนเหมือนใบหน้ายามเขินอายของใครบางคนค่อยๆล่องลอยหมุนคว้างอยู่ในอากาศบางเบา แต่เพียงไม่นานก็ร่วงลงบนผืนหญ้า..กองรวมกับความคิดถึงที่ทับถมกันมาเนิ่นนาน...
แม้ดอกไม้จะต้องเหี่ยวเฉาลง...
แต่ถึงอย่างนั้น หัวใจของผมก็ยัง...
“อืม..แทมินอยู่ที่คณะใช่มั้ย? เดี๋ยวพี่ไปหานะ..” เสียงปลายสายที่ฟังดูมีความสุขยังคงทำให้ผมยิ้มได้เหมือนทุกครั้ง ถึงแม้ว่าในตอนนี้..อาจจะมีอะไรหลายๆอย่างที่ไม่ได้เป็นไปในแบบที่ผมต้องการก็ตาม... “ครับๆ แล้วพี่จะซื้อขนมเข้าไปให้นะ..เด็กดื้อ~”
ถนนเล็กๆหน้าบ้านถูกโรยด้วยกลีบดอกไม้สีหวานจนทั่วทั้งสาย สวยเหมือนกับภาพถ่ายในนิตยสารสักเล่ม แต่มันคงจะดีกว่านี้ หากผมไม่ต้องมองภาพเดียวกันนี้ซ้ำๆทุกปี..ด้วยตัวคนเดียว...
“อื้ม..แล้วเจอกันนะ อย่าซนจนเค้าไล่กลับมาล่ะ ฮะๆ บ๊ายบาย..”
ไม่ใช่หรอก..ผมไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว
ก็ตอนนี้..ผมมีแทมินอยู่แล้วทั้งคนนี่นะ...
“มินโฮ~”
“...” เสียงเรียกเบาๆจากด้านหลังหยุดลมหายใจของผมไปชั่วขณะ แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าเจ้าของเสียงหวานๆนั้นเป็นใคร แต่ผมก็ไม่อาจห้ามใจไม่ให้รู้สึก...กับภาพๆนั้นได้เลย... “คะ..คีย์”
เด็กผู้ชายตัวเล็กๆยืนโบกมือให้ผมด้วยรอยยิ้มที่ติดจะเขินอายอยู่นิดๆ เขาตะโกนเรียกชื่อผมพร้อมๆกับที่แก้มทั้งสองข้างแดงเรื่อขึ้นเหมือนกับมะเขือเทศสดในไร่ เส้นผมซอยสั้นปลิวสยายตามสายลมผะแผ่วที่พัดผ่าน และใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอ เขา..ยังน่ารักเหมือนกับเมื่อก่อนเลย...
ถ้าจะถามเหตุผลว่าทำไมผมถึงได้รักคนๆนี้
คำตอบของผมน่ะ..มีให้เป็นพันเลยล่ะ...
“มินโฮกำลังจะไปไหนเหรอ?..” คีย์เดินมาหยุดยืนอยู่เคียงข้างผม ก่อนที่เราสองคนจะได้เดินไปถนนสายเดียวกัน..ด้วยกันอีกครั้ง... “ไปเดทหรือเปล่าเนี่ย~(: “
“ฮะๆ ใช่ซะที่ไหนกันล่ะ..” ผมหัวเราะออกไป..ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หรืออาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มไร้เดียงสาตอนที่ถามคำถามผมนั่นล่ะมั้ง? “แล้วคีย์ล่ะ..หืม?”
“ไปร้านสะดวกซื้อน่ะ..อยากกินอมยิ้มของมินโฮ~”
ถึงอะไรๆมันจะน่าเศร้าเกินไป... แต่ผมกลับรู้สึกว่า...
หัวใจของผมกำลังพองโต..เหมือนลูกโป่งสีแดงที่ล่องลอยไปในอากาศ
“งั้นเหรอ~” มินโฮเผลออมยิ้มกับคำตอบที่ได้รับ ดวงตาคมแอบมองใบหน้าด้านข้างของคนตัวเล็กที่ก็เปื้อนรอยยิ้มบางๆอยู่ด้วยเช่นกัน แต่แล้ว..เขาก็ต้องหลบสายตาออกมาเมื่อใครคนนั้นเหมือนจะรู้สึกตัวแล้วว่ากำลังถูกจ้องมอง...
“มะ..มีอะไรเหรอ?”
“ปะ..เปล่า..”
“..คีย์” เสียงจากที่ไกลๆดึงให้เราสองคนหันไปมอง...
ผู้ชายคนนั้น...
แววตาของเขาตอนที่มองกลับไปยังคนรักใหม่นั้น..มันสว่างจับใจ
นี่คงเป็นอีกครั้ง..ที่ผมจะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองค่อยๆแตกร้าวลงช้าๆ
“พี่จงฮย....อ...น..” เสียงเล็กหยุดลงกลางคันเพราะถูกมือของใครบางคนดึงให้ออกวิ่งไปด้วยกัน “มะ..มินโฮ..”
“...”
ผมเข้าใจแล้ว..ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
ถึงผมจะเป็นคนที่เขาเคยรัก..แต่ตอนนี้มันก็ไม่ใช่
แต่ยังไง..เขาก็ยังคงเป็นคนที่ผมรักเสมอ...
“จะพาชั้นไปไหนน่ะ..มินโฮ?”
“...” เด็กหนุ่มกระชับมือของพวกเขาที่จับกันอยู่ไม่ให้ปล่อยจากกันไปไหนอีก ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง... “...ชั้น...
ผมที่ไม่ได้เรื่อง..ได้แต่พาเขามาและออกวิ่งไป...
สายลมที่พัดผ่านไปเหมือนกับพัดวนอยู่ในใจ...
ให้เรา..ย้อนเวลากลับไปสู่วันเก่าๆอีกครั้ง...
...จะพาคีย์ไป..ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม...”
[..ขอโทษนะ..แทมิน พอดีว่าพี่มีธุระเลยไปหาไม่ได้ แล้วพี่จะโทรหานะ...มินโฮ]
ผม...ทำผิดต่อแทมิน...
ในวันที่เหม่อมองท้องฟ้าอย่างกับคนบ้า...
ผม..ไม่เคยลืมเขาสักครั้ง...
ไม่ว่าจะสรรหาคำพูดไหนมาอธิบายความรู้สึกของผมที่มีต่อเขา.. ทำยังไง..มันก็ยังมีอยู่บรรทัดหนึ่งที่ยังคงถูกเว้นว่างเอาไว้อย่างนั้น แม้เราจะได้อยู่เคียงข้างกันอีกครั้ง..แต่เขาก็ไม่ได้พูดจาซักไซ้ถามอะไรผมเลย มันช่างคล้ายกับว่าพวกเรา..จะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้อีกแล้ว...
ในเมืองวุ่นวายที่เราสองคนเคยเดินด้วยกัน ผมได้แต่พาเขาวิ่งไปตามทางลาดที่มองเห็นทะเลอยู่ไกลๆ วิ่งผ่านสนามเด็กเล่นที่พวกเราเกือบจะลืมเลือนมันไปแล้ว ในมือขวากำกระป๋องน้ำอัดลมจากร้านสะดวกซื้อไว้แน่น ส่วนมือซ้ายก็เอาแต่เฝ้าไขว่คว้าหามือบอบบางคู่นั้นอยู่ตลอดเวลา แต่พอมองท้องฟ้าที่ขึ้นสีครามซะจนน่ากลัว ก็รู้สึกถึงแสงแดดที่ส่องลงมากระทบตัวผมอย่างแรง...
พวกเราสองคน..ได้อยู่เคียงข้างกันจริงๆแล้วสินะ...
สะพานข้ามแม่น้ำเล็กๆที่สุดขอบเมืองกับความทรงจำสมัยเด็กที่เริ่มหวนคืนมาอีกครั้ง ท่าทางสบายๆและเสียงแหลมๆตอนหัวเราะของเขายังคงทำให้ผมยิ้มได้เหมือนเช่นเคย วันเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน..ผมอยากจะอยู่กับมันไปแบบนี้
ตลอดไป...
"ว้าวๆ กลิ่นของฤดูใบไม้ผลิ.." แขนเล็กกางออกกว้างรับลมเบาๆที่พัดผ่านตัวไป เด็กชายตัวเล็กสูดอากาศเข้าเต็มปอดก่อนหันมายิ้มให้กับเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ "สดชื่นจังเลยเนอะ..มินโฮ~ (: "
"อื้ม..มากๆเลยล่ะ (: "
"นี่มินโฮ..ดูสิ..ดูสิ ฮะๆ" เด็กน้อยน่ารักอยู่ดีๆก็เกิดซุกซนขึ้นมาจนอีกคนยังนึกแปลกใจ คีย์ปีนขึ้นไปเดินเล่นบนราวสะพานเล็กๆอย่างสบายอารมณ์ หมุนตัวไปมาแล้วก็หันมายิ้มหวานให้คนที่ยืนมองตามตาไม่กระพริบ "ตรงนี้..เห็นวิวชัดแจ๋วเลย~.."
แสงแดดที่ลอดผ่านแผ่นหลังเล็กๆของเขาที่ผมมองเห็นนั้น มันทำให้ผมนึกถึงคำพูดบางคำของตัวเอกในนิยายสักเรื่องที่พร่ำเพ้อถึงคนรักว่าเหมือนกับพระอาทิตย์ดวงกลมๆดวงนั้น ผมเคยเฝ้าหาคำตอบมาตลอดว่าความรู้สึกแบบนั้นมันจะเป็นยังไงกัน? แต่ตอนนี้.. ผมคิดว่า..ผมคงรู้แล้ว...
สดใสจังนะ...พระอาทิตย์ของผม
"ลงมานะ..คีย์ ถ้าตกลงไปจะทำยังไง?!.." มินโฮเอ็ดเบาๆ แต่เด็กดื้อก็กลับไม่ได้สนใจเลยสักนิด ซ้ำยังหมุนตัวท้าทายอีกรอบก่อนที่จะนั่งยิ้มร่าไม่รู้เรื่องบนราวสะพานเล็กๆนั่น
"ฮะๆ มินโฮนี่ก็ชอบเป็นห่วงไม่เข้าเรื่องอยู่เรื่อย~.."
"..ให้ตายสิ ทำไมถึงได้ซนยังงี้เนี่ย?! ว่ายน้ำไม่เป็นไม่ใช่รึไง?!..." เสียงทุ้มบ่นไปพลางปีนขึ้นไปนั่งข้างๆกัน เป็นแบบนั้นอยู่นานถึงได้รู้สึกตัวว่ากำลังถูกใครอีกคนจ้องมองด้วยใบหน้าที่กลั้นหัวเราะเอาไว้เต็มที่ "อะ..อะไรคีย์? มองชั้นทำไม?"
"ฮะๆ ก็แค่คิดว่า..มินโฮนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยเนอะ~.." คีย์เอียงคอมอง แล้วยิ้มหวานตอบกลับมา "..ยังเหมือนเดิมเลย.."
ผม..อ่านความรู้สึกจากน้ำเสียงอ่อนโยนของเขาไม่ออกเลย...
ดีใจ หรือ..เสียใจ?
แต่ไม่ว่ายังไง...ผมก็ไม่เปลี่ยนไปหรอก...
"แล้ว..คีย์ล่ะ? ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า?"
"..."
หัวใจของผม..เต้นเร็วจนปวดหนึบไปหมด
"..ว่าไง?"
นี่ผม..หวังคำตอบแบบไหนจากเขากันแน่นะ?
"อืม..คิดว่าไม่นะ.." มินโฮเผลอขมวดคิ้วยุ่งกับคำตอบที่เขาไม่คิดอยากจะได้ยิน ใบหน้าคมตั้งใจจะเบือนหนีเพื่อซ่อนความผิดหวังที่กำลังเอ่อล้นออกมา แต่สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับท่าทางติงต๊องแปลกๆของเพื่อนตัวน้อยที่กำลังลูบคลำสำรวจใบหน้าหวานของตัวเองนั่นเสียก่อน "ไม่เหมือนเดิมหรอก..มินโฮ รู้สึกว่า..ชั้นจะน่ารักขึ้นกว่าแต่ก่อนตั้งเยอะนะ.."
"ฮ่าๆ นายเนี่ยนะ..ยังเหมือนเดิมเปี๊ยบเลย..คีย์" น้ำเสียงเคร่งเครียดไม่เหมือนกับคำตอบทำเอาคนฟังแทบจะขำกลิ้งตกสะพานไป นิ้วเรียวเอื้อมดึงจมูกรั้นๆนั้นด้วยความหมั่นไส้จนเด็กติงต๊องต้องร้องโอดโอยออกมาเสียงดัง
"โอ๊ย~! เจ็บ..เจ็บ!! มินโฮบ้า~!"
"ฮ่าๆ"
พออยู่ด้วยกันแบบนี้แล้ว รู้สึกยังกับว่า...
ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อตอนเด็กนั่นเลยนะ...
ท่ามกลางสายลมที่พัดมาสัมผัสไหล่ของเราสองคน ใจของผมเริ่มปวดขึ้นอีกครั้งเมื่อหวนนึกถึงวันเวลาที่หยุดเดินไปในครั้งนั้น ตอนที่แหงนมองท้องฟ้าสีสวยเหมือนกับวันนี้ ผมก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนของเขาพูดขึ้นมาว่า..อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ ผมเขินเสียจนอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล แต่ผมก็มีความสุขมากจริงๆ ความรู้สึกในวันนั้น..ตอนนี้ผมก็ยังไม่เคยลืมมันไป แต่กับเขา..ผมคิดว่า...
"นี่คีย์..." ดวงตาคมเหม่อมองท้องฟ้าเหมือนที่ชอบทำ ก่อนที่เสียงทุ้มจะถามออกมาเบาๆจนแทบเป็นเสียงกระซิบ "ผู้ชายคนนั้น เอ่อ..พี่จงฮยอนน่ะ..เขาดีกับคีย์หรือเปล่า?"
"ดีสิ..ดีมากเลยล่ะ.." คีย์นั่งเล่นชายเสื้อตัวเองแล้วพูดกับผม โดยที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตา... "แค่เห็นพี่จงฮยอนยิ้มนะ..ชั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเลยล่ะ อยู่กับเขา.. ชั้นรู้สึกเหมือน....หายใจได้เต็มที่ ฮะๆ เข้าใจหรือเปล่า?..(: "
ในหัวของผมขาวโพลนไปด้วยเรื่องมากมายที่ไม่เข้าใจ แต่ที่พอจะเข้าใจ.. คงเป็นเรื่อง..ที่ผมไม่รู้อะไรเลยในช่วงเวลา 6 ปี ที่แสนยาวนานของพวกเขา หรือบางทีในใจของคีย์..อาจจะไม่มีผมอยู่อีกแล้ว...
"ฮะๆ..งั้นเหรอ?” ทั้งที่แค่เพียงคิดตามถึงคำพูดพวกนั้น..ในใจมันก็เจ็บจนแทบฉีกออกมาแล้ว แต่ผมกลับหัวเราะให้กับรอยยิ้มใสซื่อของเขา บ้าไปแล้ว..ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ “คีย์รักพี่จงฮยอนอย่างนั้นสินะ..."
"...ฮะๆ" คีย์ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรเลย มีแต่..เสียงหัวเราะสดใสที่ผมยังจดจำมันได้ดี ความอ่อนโยนที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปนั้น..มันช่างเจ็บปวดหัวใจจริงๆ "ว้าวๆ ท้องฟ้าที่นี่มันเหมือนกับที่นู่นเลยล่ะ..มินโฮ~"
".....กะ..ก็มันเป็นท้องฟ้าเดียวกันนี่.."
"ฮะๆ นั่นสินะ..” คีย์หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเริ่มพูดในสิ่งที่ฟังดูยากเกินไปสำหรับผม “ที่จริงแล้ว..ชั้นอยากเกิดเป็นท้องฟ้าล่ะ..มินโฮ (: "
"..เห?"
"ถ้าชั้นเป็นท้องฟ้าน่ะนะ.."
ดวงตากลมใสของเขามองเหม่อขึ้นไปยังท้องฟ้าสดใส แสงสีครามไล่กลืนไปกับลำแสงสีเหลืองทองของดวงอาทิตย์ราวกับภาพสีน้ำ และก้อนเมฆสีขาวที่ฟูฟ่องเหมือนขนมสายไหมนั่นก็กำลังลอยละล่องผ่านท้องฟ้านี้ไปอย่างไร้จุดหมาย ทิวทัศน์ในฤดูใบไม้ผลิที่มองอยู่ข้างกายใครคนนั้น มันสวย..เสียจนผมอยากจะร้องไห้ออกมา...
“...”
"ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน..ชั้นก็จะมองเห็นคนที่ชั้นรักได้ตลอดเวลาเลยล่ะ (:"
"..."
"นี่เป็นความลับสุดยอดของชั้นเลยนะ..อย่าไปบอกใครล่ะ (: "
จะในวันฟ้าใส หรือ..วันฝนพรำ
ผม..ยังรักเขาอยู่ทุกวัน...
สายฝนเย็นฉ่ำในฤดูใบไม้ผลิและแสงแดดยามเย็นที่ส่องประกายอยู่หลังม่านน้ำสีใสนั้นตกกระทบลงบนตัวเราสองคนอย่างอ่อนโยน เพียงแค่พื้นที่หลบฝนแคบๆในตู้โทรศัพท์สาธารณะกับละอองน้ำฝนเย็นๆที่สาดกระเซ็นมากระทบผิวแก้มเบาๆ รู้สึกราวกับว่า..พวกเรากำลังถูกห่อหุ้มเอาไว้จากโลกภายนอกที่แสนวุ่นวาย และถ้าฝนจะตกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ถ้าเวลาจะช่วยหยุดเดินไปสักพัก...
ถ้าเราสองคนได้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง..ก็คงจะดีสินะ
ความรู้สึกมากมายกระจัดกระจายอยู่รอบตัว ไม่ได้ยินเสียงเปาะแปะของสายฝนที่ตกกระทบพื้นถนน ไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์จากเบอร์คุ้นเคย มีเพียงสัมผัสอันเลือนรางตรงหัวไหล่ที่คอยให้ไออุ่นแก่กันและกัน ฮัมเพลงเบาๆ พูดคุยเรื่องไร้สาระ แล้วก็..ยืนมองสายฝนนั้นด้วยกัน...
เขา..จะคิดถึงเรื่องเมื่อสมัยก่อนนั้นบ้างมั้ยนะ?
"อยากออกไปโดนฝนจังเลยล่ะ..มินโฮ~" เสียงเล็กว่าพลางยื่นมืออกไปรองรับน้ำฝนที่โปรยปรายลงมา ปล่อยให้หยดแล้ว..หยดเล่า..ไหลลู่ไปตามเรียวนิ้วก่อนจะร่วงลงสู่พื้นเย็นเยียบเบื้อล่าง มินโฮมองท่าทางไร้เดียงสาของเพื่อนตัวน้อยๆนั้นแล้วก็ต้องยิ้มกว้างออกมาอย่างเสียไม่ได้... "ไปกันเถอะ....นะ"
"ไม่ได้นะ..คีย์ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก.." ไม่ทันแล้ว..ยังไม่ทันที่ผมจะได้คว้าข้อมือเล็กๆของเขาเอาไว้ คีย์ก็วิ่งออกไปยืนยิ้มให้ผมอยู่ท่ามกลางสายฝนเย็นๆนั่นแล้ว...
ถึงร่างกายจะเปียกปอนสักแค่ไหน..
แต่เขา..ก็ยังน่ารักไม่เปลี่ยนไปเลย...
"มินโฮก็มาด้วยกันสิ เย็นดีออก.." คีย์ยื่นมือทั้งสองมาจะฉุดดึงให้อีกคนก้าวเดินออกจากตู้โทรศัพท์ ร่างเล็กๆเซถลาไปข้างหลังเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆคนที่ยืนนิ่งก็ยอมเดินตามออกมาอย่างว่าง่าย...
"...ดื้อ~"
"ฮะๆ (: "
คีย์จูงมือผมให้เดินไปกลางสายฝนหลงฤดูนั้นด้วยกัน ในตอนนั้น..ผมได้แต่มองละอองน้ำชุ่มฉ่ำที่สาดกระเซ็นลงบนแผ่นหลังเล็กๆของเขาจนเปียกปอนไปหมด หรือจะใบหน้าหวานที่สะบัดน้อยๆเพื่อไล่เส้นผมซอยสั้นที่ตกลู่ลงมาเกะกะนั้นออกไป กระทั่งแสงสว่างบางๆจากท้องฟ้าที่ตกกระทบกับหยดน้ำซึ่งเกาะพราวอยู่บนแก้มเนียนละเอียดนั้นจนส่องประกายระยิบระยับ ผมได้แต่มองอยู่อย่างนั้น..และก็เผลอบีบมือของเขาเสียแน่น...
บางครั้ง..ผมก็หลงรักสายฝนนี้จริงๆ
"ยามเมื่อกบมันร้องดัง ชั้นจะนั่งรถไฟข้ามท้องฟ้ากลับไปหาเธอ~" เสียงฮัมเพลงเบาๆคลอเคล้ากับเสียงฝนตกที่ดังอยู่รอบตัว เราสองคนได้แต่เดินจูงมือแกว่งแขนกันไปตามเส้นทางกลับบ้าน.. เหมือนเมื่อสมัยยังเด็กเลย...
"ไม่ได้ยินเพลงนี้ตั้งนานเลยนะ.. คิดถึงจัง~.."
"ใช่มั้ยล่ะ..ใช่มั้ยล่ะ..” มือบางยกมือของพวกเขาที่กุมกันอยู่ขึ้นสูง ก่อนจะหมุนตัวไปรอบๆเหมือนเราสองคนกำลังเต้นรำ..อยู่ท่ามกลางสายฝน “ชั้นน่ะ..คิดถึงม๊ากมากเลย~.. (: "
คำพูดของเขาที่พูดขึ้นมาให้ผมฟังว่า..คิดถึงนั้น เป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนและน่าฟังยิ่งกว่าเสียงเพลงไหนๆ ตอนนี้..ผมได้แต่คิดถึงจูบที่ใสซื่อจากริมฝีปากของเรา และกลิ่นหอมของความรักครั้งแรกที่พวกเราค้นพบมันด้วยกัน..ผมได้กลิ่นของมันอีกครั้งในสายฝนที่มีแต่เราสองคน...
"....คีย์"
สายฝนโปรยปรายลงมาไม่หยุด...
"หืม? (: "
และความรักของผม..ก็เอ่อล้นออกมาเหมือนหยาดฝน...
"ชะ..ชั้นรั....ก"
"พี่จงฮยอน~"
"..." คำพูดของผมขาดหายไปเพียงเพราะชื่อของใครบางคนที่ผมไม่อยากจะได้ยิน คีย์ตะโกนเรียกผู้ชายคนนั้นที่กำลังวิ่งหน้าตาตื่นมาเมื่อเห็นสภาพเปียกปอนของคนรักตัวน้อยๆของเขา... ทั้งที่เสียงหวานๆนั้น..เคยร้องเรียกชื่อผมอย่างเอาแต่ใจ ดวงตาสวยๆนั่นก็เคยมีแต่ผมที่สะท้อนอยู่ข้างใน และก้อนเนื้อภายในแผ่นอกเล็กๆนั่นมันก็เคยเต้นเพื่อผมเพียงคนเดียว.. ทุกๆอย่างเคยเป็นของผม แต่ว่าตอนนี้...
"ไปทำอะไรมาเนี่ยคีย์ ทำไมถึงได้เปียกแบบนี้.." น้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นเอ่ยถามพร้อมกับยื่นร่มออกมาเพื่อปกป้องร่างบอบบางของใครคนนั้นจากสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
"ก็เล่นน้ำฝนมาไงฮะ เย๊นเย็นเลยล่ะ~ (: " คีย์ยิ้มจนตาหยีกับท่าทางที่ดูเป็นห่วงเป็นใยของผู้ชายคนนั้น มือเล็กเกาะแขนแข็งแรงของคนรักไว้ก่อนจะพากันเดินไปตามทางกลับบ้านของเรา..เมื่อในอดีต...
งั้นเหรอ.. เป็นอย่างนี้สินะ...
"เดี๋ยวก็ไม่สบายเอาหรอก.."
ตลอดเวลาที่ผมเฝ้ารอเขาอย่างกับคนบ้า..แต่มันกลับไม่มีความหมายอะไรเลย
"บู้ววว..บ่นอีกแล้วนะฮะ"
ผมเข้าใจแล้ว.. ไม่สิ..ผมไม่เข้าใจเลยสักนิด
"ก็พี่เป็นห่วงเรานี่..ไม่ได้เหรอ?"
ถ้าเราสองคนได้อยู่ด้วยกันตลอด..ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเมื่อตอนเด็ก
"..ได้สิฮะ ก็พี่จงฮยอนเป็นแฟนผมนี่ (: "
แต่คีย์ในตอนนี้..ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว...
“...”
มีแต่ผม..ที่ยังติดอยู่กับความทรงจำ...
คีย์...คงลืมผมไปแล้วจริงๆ...
ผม..อยากจะพาเขาวิ่งหนีไป...
บางครั้ง... โชคชะตา..ก็โหดร้ายกับมนุษย์มากเกินไป แม้ผมจะเคยคิดจริงจังว่า..ถึงจะไม่ได้เจอกันนานแค่ไหน แต่เราสองคนก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยนะ แต่ยังไง..มันก็คงเป็นแบบนั้นไม่ได้จริงๆ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป... อย่างน้อยๆ..คงต้องมีบางสิ่งที่ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปทีละนิด..ทีละนิด...
เวลาเดินไป...
พาหัวใจของใครบางคน...ให้เปลี่ยนตามไปด้วย...
เด็กหนุ่มตัวสูงได้แต่เหม่อมองเจ้าต้นไม้สูงใหญ่ในสนามหน้าบานที่เขาเคยทั้งรักทั้งหวงยิ่งกว่าของเล่นชิ้นไหนๆในตอนเด็กๆนั่นเสียอีก กลีบดอกสีชมพูอ่อนเหมือนใบหน้ายามเขินอายของใครบางคนค่อยๆล่องลอยหมุนคว้างอยู่ในอากาศบางเบา แต่เพียงไม่นานก็ร่วงลงบนผืนหญ้า..กองรวมกับความคิดถึงที่ทับถมกันมาเนิ่นนาน...
แม้ดอกไม้จะต้องเหี่ยวเฉาลง...
แต่ถึงอย่างนั้น หัวใจของผมก็ยัง...
“อืม..แทมินอยู่ที่คณะใช่มั้ย? เดี๋ยวพี่ไปหานะ..” เสียงปลายสายที่ฟังดูมีความสุขยังคงทำให้ผมยิ้มได้เหมือนทุกครั้ง ถึงแม้ว่าในตอนนี้..อาจจะมีอะไรหลายๆอย่างที่ไม่ได้เป็นไปในแบบที่ผมต้องการก็ตาม... “ครับๆ แล้วพี่จะซื้อขนมเข้าไปให้นะ..เด็กดื้อ~”
ถนนเล็กๆหน้าบ้านถูกโรยด้วยกลีบดอกไม้สีหวานจนทั่วทั้งสาย สวยเหมือนกับภาพถ่ายในนิตยสารสักเล่ม แต่มันคงจะดีกว่านี้ หากผมไม่ต้องมองภาพเดียวกันนี้ซ้ำๆทุกปี..ด้วยตัวคนเดียว...
“อื้ม..แล้วเจอกันนะ อย่าซนจนเค้าไล่กลับมาล่ะ ฮะๆ บ๊ายบาย..”
ไม่ใช่หรอก..ผมไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว
ก็ตอนนี้..ผมมีแทมินอยู่แล้วทั้งคนนี่นะ...
“มินโฮ~”
“...” เสียงเรียกเบาๆจากด้านหลังหยุดลมหายใจของผมไปชั่วขณะ แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าเจ้าของเสียงหวานๆนั้นเป็นใคร แต่ผมก็ไม่อาจห้ามใจไม่ให้รู้สึก...กับภาพๆนั้นได้เลย... “คะ..คีย์”
เด็กผู้ชายตัวเล็กๆยืนโบกมือให้ผมด้วยรอยยิ้มที่ติดจะเขินอายอยู่นิดๆ เขาตะโกนเรียกชื่อผมพร้อมๆกับที่แก้มทั้งสองข้างแดงเรื่อขึ้นเหมือนกับมะเขือเทศสดในไร่ เส้นผมซอยสั้นปลิวสยายตามสายลมผะแผ่วที่พัดผ่าน และใบหน้าที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอ เขา..ยังน่ารักเหมือนกับเมื่อก่อนเลย...
ถ้าจะถามเหตุผลว่าทำไมผมถึงได้รักคนๆนี้
คำตอบของผมน่ะ..มีให้เป็นพันเลยล่ะ...
“มินโฮกำลังจะไปไหนเหรอ?..” คีย์เดินมาหยุดยืนอยู่เคียงข้างผม ก่อนที่เราสองคนจะได้เดินไปถนนสายเดียวกัน..ด้วยกันอีกครั้ง... “ไปเดทหรือเปล่าเนี่ย~(: “
“ฮะๆ ใช่ซะที่ไหนกันล่ะ..” ผมหัวเราะออกไป..ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม หรืออาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มไร้เดียงสาตอนที่ถามคำถามผมนั่นล่ะมั้ง? “แล้วคีย์ล่ะ..หืม?”
“ไปร้านสะดวกซื้อน่ะ..อยากกินอมยิ้มของมินโฮ~”
ถึงอะไรๆมันจะน่าเศร้าเกินไป... แต่ผมกลับรู้สึกว่า...
หัวใจของผมกำลังพองโต..เหมือนลูกโป่งสีแดงที่ล่องลอยไปในอากาศ
“งั้นเหรอ~” มินโฮเผลออมยิ้มกับคำตอบที่ได้รับ ดวงตาคมแอบมองใบหน้าด้านข้างของคนตัวเล็กที่ก็เปื้อนรอยยิ้มบางๆอยู่ด้วยเช่นกัน แต่แล้ว..เขาก็ต้องหลบสายตาออกมาเมื่อใครคนนั้นเหมือนจะรู้สึกตัวแล้วว่ากำลังถูกจ้องมอง...
“มะ..มีอะไรเหรอ?”
“ปะ..เปล่า..”
“..คีย์” เสียงจากที่ไกลๆดึงให้เราสองคนหันไปมอง...
ผู้ชายคนนั้น...
แววตาของเขาตอนที่มองกลับไปยังคนรักใหม่นั้น..มันสว่างจับใจ
นี่คงเป็นอีกครั้ง..ที่ผมจะได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองค่อยๆแตกร้าวลงช้าๆ
“พี่จงฮย....อ...น..” เสียงเล็กหยุดลงกลางคันเพราะถูกมือของใครบางคนดึงให้ออกวิ่งไปด้วยกัน “มะ..มินโฮ..”
“...”
ผมเข้าใจแล้ว..ว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
ถึงผมจะเป็นคนที่เขาเคยรัก..แต่ตอนนี้มันก็ไม่ใช่
แต่ยังไง..เขาก็ยังคงเป็นคนที่ผมรักเสมอ...
“จะพาชั้นไปไหนน่ะ..มินโฮ?”
“...” เด็กหนุ่มกระชับมือของพวกเขาที่จับกันอยู่ไม่ให้ปล่อยจากกันไปไหนอีก ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มกว้าง... “...ชั้น...
ผมที่ไม่ได้เรื่อง..ได้แต่พาเขามาและออกวิ่งไป...
สายลมที่พัดผ่านไปเหมือนกับพัดวนอยู่ในใจ...
ให้เรา..ย้อนเวลากลับไปสู่วันเก่าๆอีกครั้ง...
...จะพาคีย์ไป..ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม...”
[..ขอโทษนะ..แทมิน พอดีว่าพี่มีธุระเลยไปหาไม่ได้ แล้วพี่จะโทรหานะ...มินโฮ]
ผม...ทำผิดต่อแทมิน...
ในวันที่เหม่อมองท้องฟ้าอย่างกับคนบ้า...
ผม..ไม่เคยลืมเขาสักครั้ง...
ไม่ว่าจะสรรหาคำพูดไหนมาอธิบายความรู้สึกของผมที่มีต่อเขา.. ทำยังไง..มันก็ยังมีอยู่บรรทัดหนึ่งที่ยังคงถูกเว้นว่างเอาไว้อย่างนั้น แม้เราจะได้อยู่เคียงข้างกันอีกครั้ง..แต่เขาก็ไม่ได้พูดจาซักไซ้ถามอะไรผมเลย มันช่างคล้ายกับว่าพวกเรา..จะไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมได้อีกแล้ว...
ในเมืองวุ่นวายที่เราสองคนเคยเดินด้วยกัน ผมได้แต่พาเขาวิ่งไปตามทางลาดที่มองเห็นทะเลอยู่ไกลๆ วิ่งผ่านสนามเด็กเล่นที่พวกเราเกือบจะลืมเลือนมันไปแล้ว ในมือขวากำกระป๋องน้ำอัดลมจากร้านสะดวกซื้อไว้แน่น ส่วนมือซ้ายก็เอาแต่เฝ้าไขว่คว้าหามือบอบบางคู่นั้นอยู่ตลอดเวลา แต่พอมองท้องฟ้าที่ขึ้นสีครามซะจนน่ากลัว ก็รู้สึกถึงแสงแดดที่ส่องลงมากระทบตัวผมอย่างแรง...
พวกเราสองคน..ได้อยู่เคียงข้างกันจริงๆแล้วสินะ...
สะพานข้ามแม่น้ำเล็กๆที่สุดขอบเมืองกับความทรงจำสมัยเด็กที่เริ่มหวนคืนมาอีกครั้ง ท่าทางสบายๆและเสียงแหลมๆตอนหัวเราะของเขายังคงทำให้ผมยิ้มได้เหมือนเช่นเคย วันเวลาที่ได้อยู่ด้วยกัน..ผมอยากจะอยู่กับมันไปแบบนี้
ตลอดไป...
"ว้าวๆ กลิ่นของฤดูใบไม้ผลิ.." แขนเล็กกางออกกว้างรับลมเบาๆที่พัดผ่านตัวไป เด็กชายตัวเล็กสูดอากาศเข้าเต็มปอดก่อนหันมายิ้มให้กับเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆ "สดชื่นจังเลยเนอะ..มินโฮ~ (: "
"อื้ม..มากๆเลยล่ะ (: "
"นี่มินโฮ..ดูสิ..ดูสิ ฮะๆ" เด็กน้อยน่ารักอยู่ดีๆก็เกิดซุกซนขึ้นมาจนอีกคนยังนึกแปลกใจ คีย์ปีนขึ้นไปเดินเล่นบนราวสะพานเล็กๆอย่างสบายอารมณ์ หมุนตัวไปมาแล้วก็หันมายิ้มหวานให้คนที่ยืนมองตามตาไม่กระพริบ "ตรงนี้..เห็นวิวชัดแจ๋วเลย~.."
แสงแดดที่ลอดผ่านแผ่นหลังเล็กๆของเขาที่ผมมองเห็นนั้น มันทำให้ผมนึกถึงคำพูดบางคำของตัวเอกในนิยายสักเรื่องที่พร่ำเพ้อถึงคนรักว่าเหมือนกับพระอาทิตย์ดวงกลมๆดวงนั้น ผมเคยเฝ้าหาคำตอบมาตลอดว่าความรู้สึกแบบนั้นมันจะเป็นยังไงกัน? แต่ตอนนี้.. ผมคิดว่า..ผมคงรู้แล้ว...
สดใสจังนะ...พระอาทิตย์ของผม
"ลงมานะ..คีย์ ถ้าตกลงไปจะทำยังไง?!.." มินโฮเอ็ดเบาๆ แต่เด็กดื้อก็กลับไม่ได้สนใจเลยสักนิด ซ้ำยังหมุนตัวท้าทายอีกรอบก่อนที่จะนั่งยิ้มร่าไม่รู้เรื่องบนราวสะพานเล็กๆนั่น
"ฮะๆ มินโฮนี่ก็ชอบเป็นห่วงไม่เข้าเรื่องอยู่เรื่อย~.."
"..ให้ตายสิ ทำไมถึงได้ซนยังงี้เนี่ย?! ว่ายน้ำไม่เป็นไม่ใช่รึไง?!..." เสียงทุ้มบ่นไปพลางปีนขึ้นไปนั่งข้างๆกัน เป็นแบบนั้นอยู่นานถึงได้รู้สึกตัวว่ากำลังถูกใครอีกคนจ้องมองด้วยใบหน้าที่กลั้นหัวเราะเอาไว้เต็มที่ "อะ..อะไรคีย์? มองชั้นทำไม?"
"ฮะๆ ก็แค่คิดว่า..มินโฮนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยเนอะ~.." คีย์เอียงคอมอง แล้วยิ้มหวานตอบกลับมา "..ยังเหมือนเดิมเลย.."
ผม..อ่านความรู้สึกจากน้ำเสียงอ่อนโยนของเขาไม่ออกเลย...
ดีใจ หรือ..เสียใจ?
แต่ไม่ว่ายังไง...ผมก็ไม่เปลี่ยนไปหรอก...
"แล้ว..คีย์ล่ะ? ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า?"
"..."
หัวใจของผม..เต้นเร็วจนปวดหนึบไปหมด
"..ว่าไง?"
นี่ผม..หวังคำตอบแบบไหนจากเขากันแน่นะ?
"อืม..คิดว่าไม่นะ.." มินโฮเผลอขมวดคิ้วยุ่งกับคำตอบที่เขาไม่คิดอยากจะได้ยิน ใบหน้าคมตั้งใจจะเบือนหนีเพื่อซ่อนความผิดหวังที่กำลังเอ่อล้นออกมา แต่สายตาของเขาก็ไปสะดุดกับท่าทางติงต๊องแปลกๆของเพื่อนตัวน้อยที่กำลังลูบคลำสำรวจใบหน้าหวานของตัวเองนั่นเสียก่อน "ไม่เหมือนเดิมหรอก..มินโฮ รู้สึกว่า..ชั้นจะน่ารักขึ้นกว่าแต่ก่อนตั้งเยอะนะ.."
"ฮ่าๆ นายเนี่ยนะ..ยังเหมือนเดิมเปี๊ยบเลย..คีย์" น้ำเสียงเคร่งเครียดไม่เหมือนกับคำตอบทำเอาคนฟังแทบจะขำกลิ้งตกสะพานไป นิ้วเรียวเอื้อมดึงจมูกรั้นๆนั้นด้วยความหมั่นไส้จนเด็กติงต๊องต้องร้องโอดโอยออกมาเสียงดัง
"โอ๊ย~! เจ็บ..เจ็บ!! มินโฮบ้า~!"
"ฮ่าๆ"
พออยู่ด้วยกันแบบนี้แล้ว รู้สึกยังกับว่า...
ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อตอนเด็กนั่นเลยนะ...
ท่ามกลางสายลมที่พัดมาสัมผัสไหล่ของเราสองคน ใจของผมเริ่มปวดขึ้นอีกครั้งเมื่อหวนนึกถึงวันเวลาที่หยุดเดินไปในครั้งนั้น ตอนที่แหงนมองท้องฟ้าสีสวยเหมือนกับวันนี้ ผมก็ได้ยินเสียงอ่อนโยนของเขาพูดขึ้นมาว่า..อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ ผมเขินเสียจนอยากจะวิ่งหนีไปให้ไกล แต่ผมก็มีความสุขมากจริงๆ ความรู้สึกในวันนั้น..ตอนนี้ผมก็ยังไม่เคยลืมมันไป แต่กับเขา..ผมคิดว่า...
"นี่คีย์..." ดวงตาคมเหม่อมองท้องฟ้าเหมือนที่ชอบทำ ก่อนที่เสียงทุ้มจะถามออกมาเบาๆจนแทบเป็นเสียงกระซิบ "ผู้ชายคนนั้น เอ่อ..พี่จงฮยอนน่ะ..เขาดีกับคีย์หรือเปล่า?"
"ดีสิ..ดีมากเลยล่ะ.." คีย์นั่งเล่นชายเสื้อตัวเองแล้วพูดกับผม โดยที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตา... "แค่เห็นพี่จงฮยอนยิ้มนะ..ชั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาเลยล่ะ อยู่กับเขา.. ชั้นรู้สึกเหมือน....หายใจได้เต็มที่ ฮะๆ เข้าใจหรือเปล่า?..(: "
ในหัวของผมขาวโพลนไปด้วยเรื่องมากมายที่ไม่เข้าใจ แต่ที่พอจะเข้าใจ.. คงเป็นเรื่อง..ที่ผมไม่รู้อะไรเลยในช่วงเวลา 6 ปี ที่แสนยาวนานของพวกเขา หรือบางทีในใจของคีย์..อาจจะไม่มีผมอยู่อีกแล้ว...
"ฮะๆ..งั้นเหรอ?” ทั้งที่แค่เพียงคิดตามถึงคำพูดพวกนั้น..ในใจมันก็เจ็บจนแทบฉีกออกมาแล้ว แต่ผมกลับหัวเราะให้กับรอยยิ้มใสซื่อของเขา บ้าไปแล้ว..ผมคงบ้าไปแล้วจริงๆ “คีย์รักพี่จงฮยอนอย่างนั้นสินะ..."
"...ฮะๆ" คีย์ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรเลย มีแต่..เสียงหัวเราะสดใสที่ผมยังจดจำมันได้ดี ความอ่อนโยนที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปนั้น..มันช่างเจ็บปวดหัวใจจริงๆ "ว้าวๆ ท้องฟ้าที่นี่มันเหมือนกับที่นู่นเลยล่ะ..มินโฮ~"
".....กะ..ก็มันเป็นท้องฟ้าเดียวกันนี่.."
"ฮะๆ นั่นสินะ..” คีย์หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเริ่มพูดในสิ่งที่ฟังดูยากเกินไปสำหรับผม “ที่จริงแล้ว..ชั้นอยากเกิดเป็นท้องฟ้าล่ะ..มินโฮ (: "
"..เห?"
"ถ้าชั้นเป็นท้องฟ้าน่ะนะ.."
ดวงตากลมใสของเขามองเหม่อขึ้นไปยังท้องฟ้าสดใส แสงสีครามไล่กลืนไปกับลำแสงสีเหลืองทองของดวงอาทิตย์ราวกับภาพสีน้ำ และก้อนเมฆสีขาวที่ฟูฟ่องเหมือนขนมสายไหมนั่นก็กำลังลอยละล่องผ่านท้องฟ้านี้ไปอย่างไร้จุดหมาย ทิวทัศน์ในฤดูใบไม้ผลิที่มองอยู่ข้างกายใครคนนั้น มันสวย..เสียจนผมอยากจะร้องไห้ออกมา...
“...”
"ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน..ชั้นก็จะมองเห็นคนที่ชั้นรักได้ตลอดเวลาเลยล่ะ (:"
"..."
"นี่เป็นความลับสุดยอดของชั้นเลยนะ..อย่าไปบอกใครล่ะ (: "
จะในวันฟ้าใส หรือ..วันฝนพรำ
ผม..ยังรักเขาอยู่ทุกวัน...
สายฝนเย็นฉ่ำในฤดูใบไม้ผลิและแสงแดดยามเย็นที่ส่องประกายอยู่หลังม่านน้ำสีใสนั้นตกกระทบลงบนตัวเราสองคนอย่างอ่อนโยน เพียงแค่พื้นที่หลบฝนแคบๆในตู้โทรศัพท์สาธารณะกับละอองน้ำฝนเย็นๆที่สาดกระเซ็นมากระทบผิวแก้มเบาๆ รู้สึกราวกับว่า..พวกเรากำลังถูกห่อหุ้มเอาไว้จากโลกภายนอกที่แสนวุ่นวาย และถ้าฝนจะตกแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ถ้าเวลาจะช่วยหยุดเดินไปสักพัก...
ถ้าเราสองคนได้กลับมาเหมือนเดิมอีกครั้ง..ก็คงจะดีสินะ
ความรู้สึกมากมายกระจัดกระจายอยู่รอบตัว ไม่ได้ยินเสียงเปาะแปะของสายฝนที่ตกกระทบพื้นถนน ไม่ได้ยินเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์จากเบอร์คุ้นเคย มีเพียงสัมผัสอันเลือนรางตรงหัวไหล่ที่คอยให้ไออุ่นแก่กันและกัน ฮัมเพลงเบาๆ พูดคุยเรื่องไร้สาระ แล้วก็..ยืนมองสายฝนนั้นด้วยกัน...
เขา..จะคิดถึงเรื่องเมื่อสมัยก่อนนั้นบ้างมั้ยนะ?
"อยากออกไปโดนฝนจังเลยล่ะ..มินโฮ~" เสียงเล็กว่าพลางยื่นมืออกไปรองรับน้ำฝนที่โปรยปรายลงมา ปล่อยให้หยดแล้ว..หยดเล่า..ไหลลู่ไปตามเรียวนิ้วก่อนจะร่วงลงสู่พื้นเย็นเยียบเบื้อล่าง มินโฮมองท่าทางไร้เดียงสาของเพื่อนตัวน้อยๆนั้นแล้วก็ต้องยิ้มกว้างออกมาอย่างเสียไม่ได้... "ไปกันเถอะ....นะ"
"ไม่ได้นะ..คีย์ เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก.." ไม่ทันแล้ว..ยังไม่ทันที่ผมจะได้คว้าข้อมือเล็กๆของเขาเอาไว้ คีย์ก็วิ่งออกไปยืนยิ้มให้ผมอยู่ท่ามกลางสายฝนเย็นๆนั่นแล้ว...
ถึงร่างกายจะเปียกปอนสักแค่ไหน..
แต่เขา..ก็ยังน่ารักไม่เปลี่ยนไปเลย...
"มินโฮก็มาด้วยกันสิ เย็นดีออก.." คีย์ยื่นมือทั้งสองมาจะฉุดดึงให้อีกคนก้าวเดินออกจากตู้โทรศัพท์ ร่างเล็กๆเซถลาไปข้างหลังเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆคนที่ยืนนิ่งก็ยอมเดินตามออกมาอย่างว่าง่าย...
"...ดื้อ~"
"ฮะๆ (: "
คีย์จูงมือผมให้เดินไปกลางสายฝนหลงฤดูนั้นด้วยกัน ในตอนนั้น..ผมได้แต่มองละอองน้ำชุ่มฉ่ำที่สาดกระเซ็นลงบนแผ่นหลังเล็กๆของเขาจนเปียกปอนไปหมด หรือจะใบหน้าหวานที่สะบัดน้อยๆเพื่อไล่เส้นผมซอยสั้นที่ตกลู่ลงมาเกะกะนั้นออกไป กระทั่งแสงสว่างบางๆจากท้องฟ้าที่ตกกระทบกับหยดน้ำซึ่งเกาะพราวอยู่บนแก้มเนียนละเอียดนั้นจนส่องประกายระยิบระยับ ผมได้แต่มองอยู่อย่างนั้น..และก็เผลอบีบมือของเขาเสียแน่น...
บางครั้ง..ผมก็หลงรักสายฝนนี้จริงๆ
"ยามเมื่อกบมันร้องดัง ชั้นจะนั่งรถไฟข้ามท้องฟ้ากลับไปหาเธอ~" เสียงฮัมเพลงเบาๆคลอเคล้ากับเสียงฝนตกที่ดังอยู่รอบตัว เราสองคนได้แต่เดินจูงมือแกว่งแขนกันไปตามเส้นทางกลับบ้าน.. เหมือนเมื่อสมัยยังเด็กเลย...
"ไม่ได้ยินเพลงนี้ตั้งนานเลยนะ.. คิดถึงจัง~.."
"ใช่มั้ยล่ะ..ใช่มั้ยล่ะ..” มือบางยกมือของพวกเขาที่กุมกันอยู่ขึ้นสูง ก่อนจะหมุนตัวไปรอบๆเหมือนเราสองคนกำลังเต้นรำ..อยู่ท่ามกลางสายฝน “ชั้นน่ะ..คิดถึงม๊ากมากเลย~.. (: "
คำพูดของเขาที่พูดขึ้นมาให้ผมฟังว่า..คิดถึงนั้น เป็นน้ำเสียงที่อ่อนโยนและน่าฟังยิ่งกว่าเสียงเพลงไหนๆ ตอนนี้..ผมได้แต่คิดถึงจูบที่ใสซื่อจากริมฝีปากของเรา และกลิ่นหอมของความรักครั้งแรกที่พวกเราค้นพบมันด้วยกัน..ผมได้กลิ่นของมันอีกครั้งในสายฝนที่มีแต่เราสองคน...
"....คีย์"
สายฝนโปรยปรายลงมาไม่หยุด...
"หืม? (: "
และความรักของผม..ก็เอ่อล้นออกมาเหมือนหยาดฝน...
"ชะ..ชั้นรั....ก"
"พี่จงฮยอน~"
"..." คำพูดของผมขาดหายไปเพียงเพราะชื่อของใครบางคนที่ผมไม่อยากจะได้ยิน คีย์ตะโกนเรียกผู้ชายคนนั้นที่กำลังวิ่งหน้าตาตื่นมาเมื่อเห็นสภาพเปียกปอนของคนรักตัวน้อยๆของเขา... ทั้งที่เสียงหวานๆนั้น..เคยร้องเรียกชื่อผมอย่างเอาแต่ใจ ดวงตาสวยๆนั่นก็เคยมีแต่ผมที่สะท้อนอยู่ข้างใน และก้อนเนื้อภายในแผ่นอกเล็กๆนั่นมันก็เคยเต้นเพื่อผมเพียงคนเดียว.. ทุกๆอย่างเคยเป็นของผม แต่ว่าตอนนี้...
"ไปทำอะไรมาเนี่ยคีย์ ทำไมถึงได้เปียกแบบนี้.." น้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นเอ่ยถามพร้อมกับยื่นร่มออกมาเพื่อปกป้องร่างบอบบางของใครคนนั้นจากสายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
"ก็เล่นน้ำฝนมาไงฮะ เย๊นเย็นเลยล่ะ~ (: " คีย์ยิ้มจนตาหยีกับท่าทางที่ดูเป็นห่วงเป็นใยของผู้ชายคนนั้น มือเล็กเกาะแขนแข็งแรงของคนรักไว้ก่อนจะพากันเดินไปตามทางกลับบ้านของเรา..เมื่อในอดีต...
งั้นเหรอ.. เป็นอย่างนี้สินะ...
"เดี๋ยวก็ไม่สบายเอาหรอก.."
ตลอดเวลาที่ผมเฝ้ารอเขาอย่างกับคนบ้า..แต่มันกลับไม่มีความหมายอะไรเลย
"บู้ววว..บ่นอีกแล้วนะฮะ"
ผมเข้าใจแล้ว.. ไม่สิ..ผมไม่เข้าใจเลยสักนิด
"ก็พี่เป็นห่วงเรานี่..ไม่ได้เหรอ?"
ถ้าเราสองคนได้อยู่ด้วยกันตลอด..ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนไปจากเมื่อตอนเด็ก
"..ได้สิฮะ ก็พี่จงฮยอนเป็นแฟนผมนี่ (: "
แต่คีย์ในตอนนี้..ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้นอีกต่อไปแล้ว...
“...”
มีแต่ผม..ที่ยังติดอยู่กับความทรงจำ...
คีย์...คงลืมผมไปแล้วจริงๆ...
To Be Continued...